เครื่องมือทั้งหมดมีให้คุณทดลองใช้แล้ววันนี้

September 14, 2020 SEO

Local SEO Basics : Local SEO คืออะไร ?

by oro_semrush

Local SEO คือแนวทางปฏิบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยเป็นเรื่องของการใส่ข้อความสำหรับการค้นหาที่เจาะจงถึงสถานที่ตั้ง

Google (และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ ) ใช้ตำแหน่งของผู้ใช้ตามที่อยู่ IP (สำหรับ Desktop) และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (สำหรับ Smartphone) ในการกำหนดผลลัพธ์ที่จะแสดงให้เห็น

ดังนั้นเมื่อมีใคร ค้นหาร้านทำฟัน ร้านล้างรถ หรือร้านทำกุญแจ เครื่องมือค้นหาจะแสดงให้เห็นถึงร้านค้า หรือธุรกิจดังกล่าวที่อยู่ใกล้ ๆ กับตำแหน่งที่ตั้ง ณ ปัจจุบัน

ผลลัพธ์ของ Local Search ที่ปรากฏบน Google

มี 2 รูปแบบคือ
1.Organic Search Results - The website
2.Local Pack - Google My Business (GMB)

ผู้ใช้งานสามารถเสิร์ชหาผลลัพธ์ในสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยการใส่รายละเอียดลงไป อย่างเช่น “ปิ้งย่าง อารีย์”  ผลลัพธ์ก็จะปรากฏให้เห็นดังตัวอย่าง

กลยุทธ์การทำ Local search มีหลายด้าน ดังนี้

■ Paid Ads - จะอยู่เหนือ Local Pack
GMB - Local Pack
Organic - จะอยู่ใต้ Local Pack

ในขณะที่เรากำลังเริ่มต้นทำ Local SEO เราสามารถใช้แบบ Organic โดยไม่ต้องใช้เงิน แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ อาจลองใช้วิธีการอื่น ๆ ควบคู่ไปได้ อย่างเช่น ในเวลาที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งก็จำเป็นต้องใช้ Paid Ads

ผลลัพธ์จากการทำ Local SEO แต่ละอย่างจะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อความค้นหาและประเภทธุรกิจ


Google My Business

Google My Business นำเสนอการสร้างแบรนด์ธุรกิจที่มองเห็นได้โดยตรงในผลการค้นหา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ในการโต้ตอบกับธุรกิจโดยตรงจากผลการค้นหาผ่านหน้า Google My Business ด้วยตัวเลือกต่อไปนี้

■ การทำการนัดหมาย
■ การขอคำแนะนำ
■ การส่งข้อความโดยตรง


หากไม่มี Google My Business แล้ว คุณอาจพลาดโอกาสในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีเรื่อง local search result และ local pack เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ทุกธุรกิจควรมี


Google My Business Ranking Factors

โดยปกติแล้ว Google ไม่ได้เปิดเผยปัจจัยการจัดอันดับที่แน่นอน ทว่ามีการให้ข้อมูลพื้นฐานบางประการ ดังต่อไปนี้ 

Relevance : การที่ผู้ค้นหาจับคู่กับรายชื่อในพื้นที่ได้ดีเพียงใด การเพิ่มข้อมูลทางธุรกิจโดยละเอียดจะช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจของคุณได้ดีขึ้นและจับคู่รายชื่อของคุณกับการค้นหาที่เกี่ยวข้องจากลูกค้า

Tips 

1.เลือกหมวดหมู่ที่ดีที่สุดสำหรับรายชื่อ GMB และหรือหมวดหมู่ย่อยของคุณ

2.ระบุรายละเอียดธุรกิจที่ถูกต้องในรายชื่อ GMB ของคุณลองใส่คีย์เวิร์ดและที่ตั้งธุรกิจหลักของคุณไว้ในคำอธิบายของคุณ

3.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อที่อยู่และรายละเอียดการติดต่อของคุณใน GMB ตรงกับรายละเอียดบนเว็บไซต์ของคุณ และการอ้างอิงในพื้นที่ (ดูเครื่องมืออ้างอิง SEMrush)

4.รวมโครงสร้างข้อมูลบนเว็บไซต์ (schema) ตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่ารายละเอียดเหล่านี้ตรงกัน

Distance : ช่วยคำนวณระยะทางว่าธุรกิจแต่ละแห่งอยู่ห่างจากตำแหน่งที่ระบุ หากลูกค้าไม่ระบุสถานที่ในการค้นหา Google จะคำนวณระยะทางตามข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของตน

Tips นี่เป็นสิ่งที่ควบคุมจัดการได้ยาก เนื่องจากตำแหน่งการค้นหาของผู้ใช้ทุกคนจะแตกต่างกัน

1.หากคุณไม่ได้อยู่ในสถานที่จริง - กำหนดเป้าหมายสถานที่ที่คุณอยู่จริงๆ

2.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตำแหน่งนั้นอยู่ในหน้าเว็บไซต์ และใช้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในแท็ก 

3.ให้คำแนะนำเรื่องทิศทาง โดยคุณสามารถให้รายละเอียดทิศทาง 3 หรือ 4 ทิศทาง จากจุดสังเกตต่างๆในพื้นที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเมืองนั้น ๆ 

4.กำหนดเป้าหมายข้อความค้นหาที่ยาวขึ้น ดึงดูดผู้ใช้ในระหว่างการหาข้อมูลการซื้อ

Prominence : แสดงให้เห็นถึงธุรกิจที่เป็นที่รู้จักอย่างดี สถานที่บางแห่งมีความโดดเด่นในโลกออฟไลน์ และผลการค้นหาก็พยายามสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ เช่น พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง โรงแรมชื่อดัง หรือแบรนด์ร้านค้าที่คุ้นเคย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็มีแนวโน้มที่จะเห็นได้เด่นชัดจากผลการค้นหาเช่นกัน

Tips

1.การอ้างอิงในท้องถิ่น - ยึดหลักไดเรกทอรีหลักและผู้รวบรวมข้อมูลหลักในประเทศของคุณ

2.มองหาไดเรกทอรีเฉพาะในพื้นที่ของคุณ

3.มองหาไดเรกทอรีเฉพาะในพื้นที่และประเทศของคุณ

4.ลงทะเบียนกับหอการค้าหรือหน่วยงานการค้าในพื้นที่

5.องค์กรการกุศล
6.สื่อมวลชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเปิดตัวการขับเคลื่อนด้านการกุศลสื่อมวลชนในพื้นที่จะชื่นชอบเรื่องราวเหล่านี้

7.จัดทำบทความเกี่ยวกับการรับรู้ของลูกค้าเสนอสื่อมวลชน หรือหน่วยงานด้านการค้า 

8.รีวิวบน GMB, Facebook และเว็บไซต์การค้า รวมไปถึงการขอให้ลูกค้าช่วยรีวิว เพื่อแสดงให้เห็นการโต้ตอบกับลูกค้า รวมไปถึงจดหมายข่าว อย่าลืมว่าต้องทำให้ลูกค้าเขียนรีวิวได้โดยง่าย

9.ทำงานร่วมกับธุรกิจในท้องถิ่นอื่น ๆ เข้าหาพวกเขาด้วยการกล่าวถึงซึ่งกันและกันบนเว็บไซต์ของคุณ


Optimizing Your Google My Business Page

ขั้นตอนแรกของคุณคือการอ้างสิทธิ์หรือสร้างเพจ Google My Business และตรวจสอบว่าคุณมีรายชื่ออยู่แล้วหรือไม่โดยค้นหาโดยตรงหรือผ่าน https://www.google.com/business/

ขณะนี้ Google My Business ต้องการให้คุณยืนยันธุรกิจ วิธีที่โดดเด่นคือการส่งโปสการ์ดไปยังธุรกิจ โปสการ์ดนี้มีหมายเลข PIN ที่คุณต้องป้อนก่อนที่จะได้รับการยืนยัน

คุณอาจมีตัวเลือกอื่น ๆ ในการยืนยันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของ Google ว่าธุรกิจนั้นมีอยู่จริงในสถานที่นั้น ๆ ซึ่งอาจรวมถึงการยืนยันทางโทรศัพท์ข้อความหรืออีเมล

รายชื่อธุรกิจที่ได้รับการยืนยันใหม่ของคุณจะอยู่ในแดชบอร์ดบัญชีของคุณหรือหากจัดการผ่านมือถือผ่านทางแอป GMB

ประเภทของธุรกิจ

1.Local Business- ลูกค้าเดินทางมาที่ธุรกิจของคุณ (มองเห็นที่อยู่ได้)

2.Service Area Business-คุณให้บริการแก่ลูกค้า (ที่อยู่ถูกซ่อนไว้) คุณเลือกพื้นที่หรือรหัสไปรษณีย์ที่คุณให้บริการ

Main Business Information (ข้อมูลธุรกิจหลัก)

ข้อมูลธุรกิจหลักของคุณอยู่ในส่วนข้อมูล:

ข้อมูลที่คุณต้องกรอกมีดังนี้ : 

Name –ชื่อร้านค้า/ ชื่อธุรกิจ

Category – ประเภทของธุรกิจ 

Address – ที่อยู่ติดต่อ

Hours – เวลาทำการ

Phone Numbers -คุณสามารถเลือกใส่เบอร์หลัก และเบอร์รอง

Short Name-สามรถใส่ชื่อสั้น ๆ สำหรับธุรกิจของคุณได้

Website-ที่อยู่เว็บไซต์ของธุรกิจคุณ

Services/Menu -คุณให้บริการด้านไหน ระบุให้ชัดเจน หรือถ้าคุณเป็นร้านอาหาร ก็สามารถระบุเมนูที่ให้บริการ

Highlights/Attributes-จุดเด่น หรือคุณสมบัติ

Description-บรรยายรายละเอียดที่จะช่วยให้คุณโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และนำเสนอสิ่งที่คุณต้องการ 


On-Site Local SEO สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

ในช่วงเริ่มต้นการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่าง  SEO ในขณะที่คุณกำลังดำเนินธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า คุณอาจเกิดความไม่มั่นใจ แต่เราพยายามแนะนำเคล็ดลับสำหรับมือใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของคุณ

Reinforce Your Location on Site

เสิร์ชเอนจิน (Search Engines)  เข้าใจว่า ตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจมีความสำคัญมากในแง่ของ Local SEO

หากธุรกิจของคุณอยู่ในสถานที่ที่มีความจำเพาะเจาะลง จำเป็นต้องแจ้งให้เครื่องมือค้นหาเสิร์ชเอนจิน (Search Engines)และลูกค้าทราบว่า ธุรกิจคุณตั้งอยู่ที่ไหน โดยที่หน้าโฮมเพจของคุณควรแจ้งตำแหน่งที่ตั้งให้ชัดเจน 

นอกจากนี้ก็ควรใช้กลยุทธ์ในเรื่องชื่อเพจด้วย โดยชื่อต้องทำให้ทราบถึงสิ่งที่คุณให้บริการ หรือสิ่งที่อยากนำเสนอ

รวมไปถึงควรมีคำอธิบายหลัก ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจ ดึงดูดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์จากผลการค้นหา

สำหรับด้านของเว็บไซต์ ก็ต้องอธิบายถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ธุรกิจของคุณมีให้ ซึ่งจะใช้รูปแบบที่แตกต่างกันเล็กน้อยจากหน้าแรก ซึ่งก็ควรระบุสถานที่ตั้งไว้ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ การระบุคำถามที่พบบ่อยในหน้าผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นวิธีที่ดีเยี่ยม ในการช่วยลูกค้าค้นหาคำตอบสำหรับคำถามที่กำลังสงสัย 

อย่าลืมใส่ที่อยู่ธุรกิจของคุณและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ในส่วนท้ายของเว็บไซต์ด้วยครับ

สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับสถานที่ของคุณ แต่ยังให้รายละเอียดธุรกิจแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เวลาทำการ ตัวเลือกในการติดต่อ และลิงก์ไปยังรายชื่อ GMB ของคุณเพื่อให้ลูกค้าสามารถพบคุณได้อย่างง่ายดาย

Business Citations & Local Links

การอ้างอิงหรือการกล่าวถึงธุรกิจ (ไม่จำเป็นต้องเป็นลิงก์เสมอไป) ช่วยเสิร์ชเอนจิน (Search Engines) มีความเข้าใจมากขึ้นในธุรกิจ
นอกจากนี้การระบุที่ตั้งอย่างชัดเจน ก็ช่วยสร้างความโดดเด่นในออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามการอ้างอิงอันมากมายก็ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอย่างแท้จริง เพราะเว็บไซต์ที่โดดเด่นต่างหาก คือสิ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึง 

เหล่านี้คือแหล่งที่มาบางส่วนที่คุณสามารถค้นหาการอ้างอิงและลิงก์ในพื้นที่:

■ รายชื่อเฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณ
■ สมาคมการค้าและหอการค้า
■ ผู้จัดจำหน่าย
■ ผู้จัดส่ง
■ ธุรกิจที่มีชื่อเสียงในพื้นที่
■ องค์กรการกุศลหรือผู้ให้การสนับสนุน
■ สื่อท้องถิ่น

Localized Content on Site

บล็อกหรือหัวข้อข่าวบนเว็บไซต์เป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมในการจัดเตรียมเนื้อหาไว้เพิ่มเติม ในกรณีที่หน้าเว็บไซต์หลักของคุณมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการค้นหา
นอกจากนี้ยังช่วยให้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในระหว่างที่พวกเขากำลังค้นหา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย 

คุณสามารถค้นหาหัวข้อ คีย์เวิร์ด และคำที่ผู้คนกำลังค้นหา ได้จากเครื่องมือต่างๆ เช่น SEMrush หรือถึงวิธีการตอบคำถามและการตั้งคำถามอีกด้วย


Local SEO Tips: A Recap

แนวทางสำหรับผู้เริ่มต้นนี้ ช่วยช่วยทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องและช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นในการปรับปรุงและสร้างสรรค์ SEO ของคุณ

นี่คือ Tips ง่าย ๆ สำหรับคุณ :

■ สำรวจคู่แข่งของคุณในผลการค้นหา ดูว่าคุณควรเลียนแบบอะไรและคุณจะทำอะไรได้ดีกว่านี้
■ ใช้เวลาในการกรอกข้อมูลในส่วน Google My Business ทั้งหมดและคำนึงถึงปัจจัยการจัดอันดับ GMB ที่อธิบายไว้ข้างต้น
■ ใช้ประโยชน์จาก Google Post
■ สละเวลาในการตอบคำถามที่มีคนถามมาใน GMB
■ ขอให้ลูกค้าช่วยรีวิว รักษาระดับการรีวิวให้มีความสม่ำเสมอ รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการตอบโต้รีวิวในเชิงลบด้วยวิธีการผิด ๆ พิจารณาอย่างรอบคอบว่าคุณไม่ได้ทำข้อผิดพลาดใด ๆ เกี่ยวกับ GMB
■ หาก organic reach ไม่ได้ช่วยคุณได้ ให้ลองพิจารณาว่าถึงเวลาแล้วสำหรับการจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณาเพื่อการเข้าถึงที่ดีขึ้นจากลูกค้า
■ เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ด้วยการใช้กลยุทธ์ SEO พื้นฐานที่อธิบายไว้ข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อเพจ หัวข้อและคำอธิบายต่าง ๆ
■ อย่าลืมใช้กลยุทธ์การอ้างอิงที่มีประสิทธิภาพ การใส่ลิงก์และคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่จะนำมาสู่เว็บไซต์ของคุณ ทั้งหมดนี้สามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้


จัดการทุกอย่างด้วยเครื่องมือ SEMrush

SEMrush มี  Listing Management  เครื่องมือเฉพาะสำหรับจัดการการอ้างอิงในพื้นที่ของคุณทั้งหมดรวมถึงข้อมูลใน GMB
สิ่งที่ดีงามมากก็คือ คุณเพียงป้อนข้อมูลธุรกิจของคุณเพียงครั้งเดียวและเครื่องมือนี้จะกระจายข้อมูลมากกว่า 80 ครั้ง ตัวรวบรวมการอ้างอิงภายใน Yext’s API ช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการใส่ข้อมูลได้มากมาย

เครื่องมือนี้มีประโยชน์อย่างมากในการอัปเดตข้อมูลของคุณ (เช่นเปลี่ยนแปลงเวลาเปิดทำการ) หรือแก้ไขคำแนะนำของผู้ใช้ โดยคุณแก้ไขเพียงครั้งเดียวโดยตรงจากอินเทอร์เฟซของเครื่องมือ

Reports and Reviews

เพื่อให้ข้อมูลของคุณแม่นยำคุณจะได้รับรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อแต่ละรายการซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รายการที่ซ้ำ คำแนะนำจากผู้ใช้และประเด็นปัญหาต่าง ๆ บนเว็บไซต์

คุณสามารถสำรวจในเรื่องการรีวิว จัดการรีวิวในแง่ลบ และตอบกลับการรีวิวได้โดยตรง

Google Posts

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยคุณในการดูแลเรื่อง SEO ก็คือ Social Media Poster เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณสามารถสร้างโพสต์ ประกาศกิจกรรมและลงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งกำหนดเวลาได้โดยตรงในอินเทอร์เฟซ นอกเหนือจาก GMB แล้ว Social Media Poster ยังรองรับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น Facebook, Twitter,  LinkedIn, Instagram และ Pinterest

ลองให้ SEM Rush ช่วยจัดการ Local SEO ให้คุณเพื่อความสะดวกที่มากขึ้นได้แล้วที่ https://semrush.in.th/

เครื่องมือทั้งหมดมีให้คุณทดลองใช้แล้ววันนี้