เครื่องมือทั้งหมดมีให้คุณทดลองใช้แล้ววันนี้

October 22, 2020 SEO

Backlinks 101 ตอนที่ 1 | ทำความรู้จักกับ Backlinks

by oro_semrush

Backlinks คืออะไร

Backlinks เป็น 1 ในปัจจัยของการจัดอันดับ SEO ที่สำคัญมาก คุณจำเป็นต้องให้ความสนใจกับ Backlinks เพื่อทำให้การเพิ่มจำนวน traffic จาก Google นั้นสำเร็จ ซึ่งทาง Google เองก็ได้ยืนยันว่า Backlinks เป็น 1 ในปัจจัยหลักที่เขาจะใช้เพื่อจัดอันดับเว็บไซต์นั่นเอง

แต่หากคุณเป็นคนทำ SEO มือใหม่ อาจจะยังไม่คุ้นกับความหมายของ Backlinks นัก วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้เรื่องราวของ Backlinks รวมถึงสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้สำหรับการทำ Backlinks กันครับ

แบบไหนที่เรียกว่า Backlinks

รูปแบบปกติของ Backlinks คือลิงก์ที่ซ่อนอยู่ในคำ หรือคีย์เวิร์ดของบทความหนึ่งในหน้าเว็บ อย่างในตัวอย่างการรีวิวเจ้ากล้อง GoPro Hero 8 Black ด้านล่างนี้ ก็จะสังเกตเห็นตัวหนังสือที่มีเส้นขีดใต้ ซึ่งหากคลิกเข้าไปก็จะเป็นเว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อ GoPro ออนไลน์นั่นเอง

แต่เราคงจะเคยเห็นปุ่ม Shop Now ในเว็บไซต์รีวิวต่าง ๆ ที่ลิงก์เข้่าสู่เว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์อย่าง Amazon, Walmart และอื่น ๆ  ปุ่ม Shop Now นี้ ก็เป็น Backlinks เช่นกัน !

ประเภทของ Backlinks

1. Nofollow Links

เราได้พูดไปแล้วว่า Backlinks นั้นเป็นปัจจัยหลักที่ใช้เพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ Googlebots ตรวจพบและนับคะแนนจาก Backlinks แต่ยังมีความต้องการที่จะใช้ลิงก์นั้น ก็สามารถทำได้โดยใช้ rel=”nofollow” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ควรใช้ลิงก์นี้ในการเพิ่มค่าอันดับ (PageRank)

ตัวอย่างของ Nofollow Links :

<a href="https://www.URLของคุณ.com/" rel=”nofollow”>ข้อความที่ต้องการให้ปรากฏ</a>

จุดเด่นของ Nofollow Links คือ ลิงก์เหล่านี้จะไม่ช่วยให้เว็บไซต์มีอันดับที่สูงขึ้นจาก PageRank แต่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2019 ที่ผ่านมานี้เอง Google ได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Nofollow Attribute ซึ่งแต่ก่อน Google จะไม่สามารถให้ค่า PageRank กับ Nofollow Links ได้ แต่ในอนาคตนั้น Google จะหันมาติดตาม Nofollow Links เพื่อใช้ปรับปรุงการค้นหาบางอย่าง

นั่นจึงเป็นสัญญาณว่า Google กำลังจับตามองกับ Nofollow Links มากขึ้น แน่นอนว่า Google อาจะต้องการแยกระหว่างลิงก์ที่มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ ออกจากลิงก์ที่เป็นสแปมออกจากกัน

2. Dofollow Links

ง่าย ๆ คือเป็นลิงก์ที่ส่งผลต่อ PageRank และอันดับในผลการค้นหา Dofollow Links เป็นลิงก์ที่ให้ Googlebots ตามไปเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซต์ปลายทางได้ ทำให้เว็บไซต์ที่ใช้ Dofollow Links นั้นมีอันดับที่ดีขึ้น

หน้าตาของ Dofollow Links :

<a href="https://www.URLของคุณ.com/">ข้อความที่ต้องการให้ปรากฏ</a>

3. Sponsored or Paid Links

สำหรับเหล่าบล็อกเกอร์หรือ Influencer ที่มีการโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์ผ่านทางเว็บไซต์ของตัวเอง การใส่ rel=”sponsored’ นั้น ก็เป็น Attribute ใหม่ที่ Google เพิ่งออกมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ

ตามกฏของ Google ในอดีตนั้น การจ่ายเงินหรือให้ของกำนัลเพื่อซื้อ Backlinks จากเว็บไซต์อื่นนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฏ Google’s Webmaster Guidelines และทำให้อันดับของเว็บไซต์ปลายทางนั้นแย่ลงด้วย

rel=”sponsored’ จึงเป็น Attribute ที่ช่วยป้องกันผลกระทบให้เว็บไซต์ของคุณจากการทำผิดกฏดังกล่าว

หน้าตาของ Sponsored links :

<a href="https://www.URLของคุณ.com/" rel=”sponsored”>ข้อความที่ต้องการให้ปรากฏ</a>

4. UGC Links

ในบรรดา Attributes ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2019 นั้น ยังมี UGC (User Generated Content) links สำหรับผู้ใช้งานในเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อกและฟอรั่มต่าง ๆ ด้วย UGC Links จะแจ้งให้ Google รู้ว่าลิงก์ที่วางนั้น เป็นลิงก์ของผู้ใช้บริการ ไม่ใช่ Webmaster แต่อย่างใด

หน้าตาของ UGC Links :

<a href="https://www.URLของคุณ.com/" rel=”ugc”>ข้อความที่ต้องการให้ปรากฏ</a>

5. High Authority Links

หรือลิงก์มีที่ความน่าเชื่อถือสูง จะมาจากแหล่งเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ เช่น ถ้าเป็นข่าว Google ก็จะให้เครดิตกับเว็บไซต์ของ the New York Times มากกว่าเว็บไซต์ข่าวอื่น ๆ

6. Toxic Links (Unnatural Links)

คือ ลิงก์ที่มักมาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำ น่าสงสัยว่าจะเป็นสแปม หรือละเมิด Google’s Webmaster Guidelines ซึ่งมีลักษณะเพื่อปรับแต่งผลการค้นหาให้เป็นอันดับที่สูงขึ้นเท่านั้น อย่างเช่น Paid link ที่ไม่ได้ติดป้าย Nofollow หรือ Sponsored links, เว็บไซต์ที่อยู่ใน Directories ที่มีคุณภาพต่ำ, ข้อความที่มี Anchor Text กระจายหลายจุดเพื่อลิงก์ไปยังเว็บไซต์ หรือ Footer Link ในหน้าเพจที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง

คุณสามารถตรวจสอบ Toxic links จากเครื่องมือ Backlink Audit ของ SEMrush ได้เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียจากการที่ลิงก์ของคุณเป็น Toxic links  

เครื่องมือนี้ สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์และกำจัด Toxic links ที่ทำให้อันดับของคุณลดลง และเมื่อเชื่อมต่อกับบัญชีของ Google Search Console ก็จะได้รับหน้าสรุปภาพรวมของทุก Backlinks ของคุณก่อนที่จะเข้าไปตรวจสอบ Backlinks แต่ละตัว

เมื่อการวิเคราะห์เสร็จสมบูรณ์ คุณสามารถเลือก actions ต่าง ๆ เช่น การสร้าง disavow list และส่งไปยัง Google Disavow Tool หรือสร้าง Remove list เพื่อลิสต์รายการที่คุณต้องการลบเว็บไซต์นั้น

หากคุณต้องการลบ Toxic links หรือส่งคำขอเพื่อให้ Webmaster ลบให้ ก็สามารถทำผ่าน Backlink Audit Tool ได้โดยตรง

7. Editorially Placed Links

Google มักจะให้คะแนนความน่าเชื่อถือให้ลิงก์ปลายทางจากเว็บไซต์ที่มี Content โดยเจ้าของเว็บไซต์ หรือบรรณาธิการสูง (เช่น เว็บไซต์นิตยสารออนไลน์ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์) เหตุผลคือตัวเว็บไซต์เหล่านี้นอกจากจะมี traffic และความน่าเชื่อถือสูงแล้ว จุดประสงค์ที่ผู้เขียนลิงก์เว็บไซต์ต่าง ๆ ในบทความของตัวเองนั้น เป็นการอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การปรับแต่งอัลกอริธึมเพื่อให้ได้อันดับในการค้นหาสูง ๆ


ทำไม Backlinks จึงสำคัญ ?

• Backlinks ช่วยให้อันดับคุณสูงขึ้น

ข้อนี้หลาย ๆ คนอาจจะรู้อยู่แล้ว เพราะอัลกอริธึมของ Google มองว่ายิ่งมี Backlinks จากเว็บไซต์อื่นมาก ก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือมาก

การศึกษาที่เป็นหลักฐานยืนยันความคิดนี้ พบว่า ยิ่งมี Backlinks ที่มีคุณภาพเยอะ อันดับการค้นหาบน Google ก็ยิ่งเยอะ

• Backlinks ช่วยให้ Google เจอคอนเทนต์ของคุณ

Google’s spiders หรือ Googlebot นั้นใช้ลิงก์เพื่อค้นหาหน้าเพจใหม่ ๆ ในเว็บไซต์ ทำให้คอนเทนต์ของคุณถูกพบ ถูกรวบรวม และ index ในระบบ ถ้าคอนเทนต์ของคุณมีลิงก์อยู่ในเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ก็จะช่วยให้ Google ยิ่ง index เข้ามาในระบบเร็วขึ้น คอนเทนต์ของคุณก็มีโอกาสอยู่ในอันดับสูงได้เร็วขึ้นด้วย

• Backlinks ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเครดิตของเว็บไซต์

หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ธุรกิจ Startup ที่ยังไม่มีคนรู้จัก การสร้างความน่าเชื่อถือจากข่าวประชาสัมพันธ์หรือการแนะนำจากเว็บไซต์ที่ผู้คนเชื่อถือในด้านธุรกิจ, เทคโนโลยีนั้นจึงเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้มาก แม้กระทั่งคุณไม่ได้ทำ SEO เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีบรรณาธิการของสื่อดัง ๆ แนะนำพร้อมแปะลิงก์ของคุณในบทความ ก็ทำให้มีจำนวน traffic เข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้นด้วย

• Backlinks นำมาซึ่ง Referral Traffic (ทราฟฟิคจากแหล่งอ้างอิง)

Backlinks ที่แปะในเว็บไซต์อื่น ๆ นำมาซึ่งผู้คนที่สนใจเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณมากมาย นี่จึงเป็นโอกาสในการแนะนำแบรนด์ของคุณให้กับคนกลุ่มนี้ และเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นลูกค้า หรือกระทั่งการนำข้อมูลผู้เข้าชมมา Retargeting เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คุณใหม่ก็สามารถทำได้


การประสบความสำเร็จจาก Backlinks นั้น ต้องมาจาก Backlinks ที่มีคุณภาพ ใน Backlinks 101 ตอนหน้านั้น เราจะมาพูดถึงการเช็คและสร้าง Backlinks ให้มีคุณภาพกันครับ สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้และทำ Backlinks ได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น ก็ลองมาทดลองใช้ SEMrush ได้เลยครับ

เครื่องมือทั้งหมดมีให้คุณทดลองใช้แล้ววันนี้